ReadyPlanet.com
dot
dot dot
bulletHome
dot
รายละเอียดการขอใบเสนอราคา
dot
bulletขอใบเสนอราคา
dot
รายละเอียดการสั่งซื้อ/ชำระเงิน
dot
bulletการสั่งซื้อ/ชำระเงิน
dot
ผลิตภัณฑ์ ฟู้ดเกรด
dot
bulletผลิตภัณฑ์ Food grade
dot
E-magazine Food Grade Lubrican
dot
bulletฉบับ ประจำเดือนธันวาคม
bulletฉบับ ประจำเดือนพฤศจิกายน
dot
ค้นหาบทความ

dot
dot
ความรู้เกี่ยวกับ Food grade
dot
bulletFood grade Lubricant คืออะไร
bulletทำไมถึงต้องใช้ ฟู้ดเกรด ?
bulletสนใจ สินค้า ฟู้ดเกรด ติดต่อ สยาม โกลบอล ลูบริแคนท์
bulletข้อควรรู้สำหรับผลิตภัณฑ์ฟู้ดเกรด
bulletกฎหมายสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร
bulletระบบคุณภาพกับความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร
bulletมาตรฐานโคเชอร์
bulletอาหารฮาลาล (Halal Food)
bulletGood Manufacturing Practice (GMP)
bulletBRC Global Standard: FOOD
bulletHazard Analysis and Critical Control Point (HACCP)
bulletการประยุกต์ ISO 9001:2000 ในอุตสาหกรรมอาหาร GMP, HACCP
bulletระบบสืบค้นย้อนกลับ (Traceability) คืออะไร
bulletEMAC สร้างระบบนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ช่วยผู้ประกอบการอาหารลดการใช้พลังงาน 10%
bulletCalcium กับอุตสาหกรรมอาหาร
bulletiTAP ต่อยอดมาตรฐาน Food safety ​เพิ่มศักยภาพ​การ​แข่งขันอุตสาหกรรมอาหารไทย
bulletอุตสาหกรรมอาหารจากข้าวโพด
bulletอะคริลาไมด์ในขนมก่อมะเร็ง
bulletเผยปัญหาอาหารปนเปื้อนสารพิษยังมีทั่วเอเชีย
bulletน้ำมันพืชพิษกินเป็นมะเร็ง ขายเกลื่อนใต้ ใส่กรดดูใหม่
bulletการป้องกันสารพิษ (มะเร็ง) จากอาหาร
bulletอาหารที่คุณกิน ปลอดภัยแล้วหรือยัง
bulletวิกฤตการณ์อาหารโลก
bulletผลวิจัยยืนยันโปรตีนเกษตรไม่ก่อให้เกิด “มะเร็ง”
bullet“นมและผลิตภัณฑ์นม” ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์
bulletสถานการณ์ความปลอดภัยของอาหารในประเทศ
bulletกรมวิทย์เต้น สั่งสุ่มตรวจเส้นก๋วยเตี๋ยวปนเปื้อนสารพิษ
bulletโปรดฟังอีกครั้ง...ระวังอาหารอันตราย
dot
ข่าวสารเทคโนโลยีน้ำมัน
dot
bulletต้นน้ำมันคืออะไร
bulletใช้น้ำแทนน้ำมันในรถยนต์
bulletสารทำเครื่องหมาย น้ำมัน เชื้อเพลิงจากเปลือกมะม่วงหิมพานต์
bulletBio-Diesel
bulletเผายางรถยนต์เก่าได้น้ำมัน ลดนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 10-15%
bulletธัญบุรีกลั่นดีเซลจากขยะพลาสติกสำเร็จ
bulletสาหร่ายผลิตน้ำมัน อนาคตพลังงานโลก
bulletเทคโนโลยีเปลี่ยนชีวมวล เป็นน้ำมัน คาดอีก 15 ปี ใช้ได้จริง
bulletMPG-CAPS เทคโนโลยีการประหยัดน้ำมันยุคใหม่
bulletกระทรวงพลังงานหนุนโปรเจ็คใหม่ เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็น น้ำมัน เทคโนโลยีพลังงาน
bulletแบคทีเรียกินคราบน้ำมันมหิดลช่วยลดสารมะเร็งในสิ่งแวดล้อม
bulletตัวทำความสะอาดน้ำมันแบบแรงเหวี่ยง
bulletกระถิน" พลังงานชีวมวล ทางเลือกใหม่
bulletเถ้าแกลบผลิตน้ำมันดีเซลบริสุทธิ์ แก้ไขการขาดแคลนพลังงาน
bulletน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ จากข้าวสาลี หัวผักกาดหวาน และต้นโคล
dot
ศูนย์รวมข้อมูล
dot
bulletดูทุกเรื่อง
bulletน้ำมันดิบและการกลั่น (ตอนที่2)
bulletน้ำมันดิบ และ การกลั่น (ตอนที่1)
bulletการหล่อลื่นเครื่องมือที่ขับเคลื่อนโดยกำลังดันลม
bulletการสำรวจและขุดเจาะ
bulletข้อแนะนำในการใส่หรืออัด จาระบี แบริ่งลูกปืน
bulletการขจัดน้ำมันหล่อลื่นที่หมดอายุใช้งาน (ตอนที่ 2)
bulletการขจัดน้ำมันหล่อลื่นที่หมดอายุใช้งาน (ตอนที่ 1)
bulletข้อควรปฏิบัติในการป้องกัน เครื่องจักรกล ไม่ให้เกิดการเสียหาย
bulletข้อแนะนำในการหล่อลื่น
bulletการเสื่อมสภาพของ น้ำมันหล่อลื่น
bulletการพิจารณาเปลี่ยน น้ำมัน ใหม่
bulletตรวจสอบน้ำมันเทอร์ไบน์ขณะใช้งาน
bulletการเตรียมเครื่องเทอร์ไบน์
bulletน้ำมันหล่อลื่น เครื่องเทอร์ไบน์ไอน้ำ
bulletประเภทของงานในการ ชุบเหล็ก ด้วย น้ำมัน
bulletลักษณะการเย็นตัวของเหล็กชุบแข็งในของเหลว
bulletน้ำมัน ชุบ เหล็ก
bulletการออกแบบระบบ อุปกรณ์ ถ่ายเทความร้อน และ การใช้งาน
bulletการบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิค
bulletจุดเดือด น้ำมันเบรค มีความสำคัญต่อ ประสิทธิภาพ การเบรค อย่างไร?
bulletความสำคัญ ของ ระยะเวลา เปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่อง
bulletคอมเพรสเซอร์
bulletการหล่อลื่นในเครื่อง คอมเพรสเซอร์
bulletหน้าที่และคุณสมบัติของ น้ำมัน หม้อแปลงไฟฟ้า และ สวิทช์เกียร์
bullet น้ำมันหล่อลื่น เครื่องยนต์
bulletคุณสมบัติ ของ น้ำมันหล่อลื่น เครื่องยนต์
bulletทำไมระบบ เบรค จึงไม่ใช้ น้ำมันไฮดรอลิค ?
bulletทำไม น้ำมัน ต่างชนิดกัน จึงผสมกันไม่ได้?
bulletแรงเสียดทาน คืออะไร
bulletน้ำมันดิบ มาจากไหน?
bulletน้ำมันเครื่อง ปลอม คืออะไร
bulletมาตรฐาน น้ำมัน เบรค
bulletแบริ่ง (Bearings)
bulletการสึกหรอ (Wear)
bulletเกียร์ (Gears)
bulletจาระบี คืออะไร
bulletเครื่องยนต์ ดีเซล
dot
เว็บไซต์ Food grade ที่น่าสนใจ
dot
bulletกรมอนามัย
bulletสถาบันอาหาร NFI
bulletAsian Food Information Centre (AFIC)
bulletมาตรฐาน BRC Global Standards
bulletสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
bulletเว็บไซต์ต่อยอดอาหาร
bulletISO-International Organization for Standardization
dot
เว็บไซต์น้ำมันหล่อลื่น
dot
bulletwww.shell.co.th
bulletwww.pttplc.com
bulletwww.exxonmobil.co.th
bulletwww.bp.com
bulletwww.castrol.co.th
bulletwww.caltex.co.th
dot
กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสารและรายละเอียดของเรา

dot




วิกฤตการณ์อาหารโลก

วิกฤตการณ์อาหารโลก / บทความจาก อธ.เอแบค

 

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 กันยายน 2551 14:00 น.

 

บทความ "วิกฤตการณ์อาหารโลก" เป็นบทความที่ ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ส่งมาให้ไลฟ์ ออน แคมปัส ได้เผยแพร่ แนวคิดเรื่องวิกฤตการณ์อาหารโลก ของอธ.ม.อัสสัมชัญเป็นอย่างไรเชิญอ่าน..
       

                        มนุษยชาติ มีแหล่งอาหารมากมายมหาศาลบนโลกใบนี้ ทำไมประชากรกว่า 850 ล้านคนถึงยังหิวโหยและประสบภาวะทุพโภชนาการ ทำให้เด็กกว่า 18,000 คน ต้องอดตายในทุกๆ วัน ?
       
       ในขณะที่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาราคาน้ำมันที่แพงขึ้นและทวีความ รุนแรงอย่างต่อเนื่อง วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสำหรับคนและสัตว์มีราคาพุ่งสูงขึ้นโดยมิได้คาด การณ์มาก่อนและนำไปสู่การเกิด “วิกฤตการณ์อาหารโลก” ( World Food Crisis ) ขึ้น ก่อให้เกิดกระแสความตึงเครียดไปทั่วโลก เนื่องจากประชาคมโลกล้มตายด้วยความอดอยากและหิวโหย จะเห็นว่า ไม่มีสงครามใดในโลกนี้จะทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิตทุกๆ นาที และทุกๆ วันได้มากเท่า
       
       จากราคาอาหารที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ทำให้บางประเทศเริ่มขาดแคลน อาหารหลัก (Food-deficit) ต้องนำเข้าอาหารและโภคภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันหลายๆ ประเทศถึงกับต้องวางมาตรการห้ามส่งออก และมีการเรียกเก็บภาษีส่งออกทั้งข้าวและอาหาร เช่น ประเทศ อินเดีย ยูเครน รัสเซีย คาซัคสถาน รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของเรา ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และ เขมร เป็นต้น แม้แต่ประเทศฟิลิปปินส์เอง ยังประสบปัญหาภาวะขาดแคลนข้าวอย่างหนัก ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้องค์กรระหว่างประเทศ ต่างหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว โดยต่างเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องเร่งหามาตรการที่เหมาะสม มาแก้ไขปัญหาดังกล่าว
       
       ปัญหาวิกฤตการณ์อาหารโลกครั้งนี้ นับเป็นปัญหาระดับโลกที่คุกคามทั้ง ทางสังคม และ การเมืองไปทั่ว จนเป็นเหตุให้ผู้นำของโลกถกเถียงกันในเวทีการประชุมสุดยอด “เรื่องความปลอดภัยด้านอาหารของโลก” ที่สำนักงานใหญ่ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ถึงวิธีจัดการกับเรื่องที่ราคาอาหารแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อหาวิธีปรับปรุงด้านการจัดหาอาหารให้ประชากรโลกผู้อดอยากและหิว โหย
       
       องค์การ อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ขณะนี้มีถึง 37 ประเทศ ที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์อาหารโลกอย่างแท้จริง ซึ่ง ปัญหาราคาอาหารแพงขึ้นทั่วโลกนี้ ทางสหประชาชาติเรียกว่าเป็น “Perfect storm of conditions”

                        ตามรายงานของ องค์การอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สรุปภาพรวมของวิกฤตการณ์อาหารโลกว่า ราคาอาหารได้เพิ่มขึ้นจากปี 2006 ถึงสิ้นปี 2007 แล้ว 23% เมล็ดพันธุ์ต่างๆ ราคาเพิ่มขึ้น 42% น้ำมันประกอบอาหาร ราคาเพิ่มขึ้น 50% และผลิตภัณฑ์จากนม 80% จากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารดังกล่าว คงต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานกว่าจะปรับสู่สภาพที่สมดุลได้ ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านวิกฤติอาหารโลก เพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์โดยเร่งด่วน
       
       นายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดนี้ ได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันสนับสนุนและบริจาคเงินที่ยังคงขาดอยู่ ประมาณ 755 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 23,400 ล้านบาท ให้แก่โครงการอาหารโลก เพื่อช่วยเหลือผู้อดอยากหิวโหยในประเทศที่ยากจน และภายในปี 2573 จะต้องเพิ่มการผลิตอาหารของโลกขึ้นอีก 50% เพื่อสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจน ลดข้อจำกัดด้านการส่งออกและภาษีศุลกากรจากสินค้าขาเข้า จัดให้มีการเจรจาของผู้นำนานาประเทศถึงแนวทางแก้ไขขั้นพื้นฐานที่จำเป็น อย่างรีบด่วน ซึ่งมีทั้งการพัฒนาปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ ระบบการกระจายอาหาร และส่งเสริมแนวทางการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบบใหม่ ตลอดจนให้มีการเจรจาการค้าระดับโลกให้สำเร็จลุล่วงไปอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ดร. ฌาคส์ ดิอุฟ ผู้อำนวยการองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้วิงวอนต่อบรรดาผู้นำของโลกให้ช่วยบริจาคเงินปีละ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริมเกษตรกรรมแบบใหม่ ด้วยการปรับโครงสร้างในเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารของโลก โดยการเพิ่มการผลิตและผลิตภาพของประเทศที่มีรายได้ต่ำและขาดแคลนอาหาร โดยระบุว่าวิกฤตการณ์ด้านอาหารของโลกในขณะนี้ จะทำให้เกิดปัญหาสังคมและการเมือง เพราะเกิดการแย่งชิงอาหารซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสันติภาพ และความมั่นคงของโลกในอนาคตได้
       
       ผลจากวิกฤตอาหารที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุด คือ การเกิดเหตุการณ์จลาจลอย่างรุนแรงขึ้นในประเทศเฮติ เนื่องจากขาดแคลนอาหารและราคาอาหารที่แพงลิบลิ่ว จนก่อให้เกิดการประท้วงเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเฮติ ถึงขั้นต้องปรับเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ยังมีเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นในทวีปแอฟริกาและประเทศอื่นๆ อีก ตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ

       ทุก ครั้งที่มีวิกฤตราคาพลังงานเกิดขึ้น วิกฤตด้านราคาอาหารก็จะเกิดตามมาเป็นวัฏจักร เนื่องจากการเคลื่อนย้ายของธุรกิจพลังงานเข้ามาแย่งวัตถุดิบไปจากพืชอาหาร เพื่อเอาไปผลิตพลังงาน ส่งผลให้ราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น
       

       ปัจจุบันภาวะราคาอาหารที่แพงสูงขึ้น หรือที่เรียกว่า “ภาวะราคาอาหารเฟ้อ” (Food Inflation) พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ จะเห็นได้ว่า ดัชนีเฉลี่ยราคาอาหารขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ในช่วงมีนาคม 2551 เท่ากับ 220 โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคมของปีก่อนๆ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 57 โดยดัชนีอาหารเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี 2551 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความไม่สมดุลระหว่างผลผลิตและความต้องการใช้ที่แตกต่าง กัน
       
       ราคาอาหารที่แพงสูงขึ้นและคาดว่าจะยังคงอยู่ในเกณฑ์สูงอย่างต่อ เนื่อง เกิดจากปัจจัยสำคัญที่ผลผลิตมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับความต้องการบริโภคที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และเกิดจากปัจจัยแทรกซ้อนหลายๆ ปัจจัยภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ คือ
       
       1. การเก็งกำไรและสภาวะเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกาที่ตกต่ำ
       2. นโยบายเรื่องการส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก
       3. สภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวน
       4. ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นและดูจะต่อเนื่องยาวนาน จนต้องหันไปใช้ไบโอดีเซลทดแทน
       5. การบริโภคสินค้าที่เพิ่มขึ้นมากของบรรดากลุ่มประเทศตลาดใหม่
       
       วิกฤตการณ์อาหารในวันนี้ มาจากปัญหาภาคการเกษตรที่ถูกปรับเปลี่ยนจากการเพาะปลูกเพื่อการส่งออก มาแทนการเพาะปลูกเพื่อการบริโภคภายในประเทศ การเปลี่ยนมาเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ต้องสิ้นเปลืองปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และแหล่งน้ำ เบียดเบียนวิถีเกษตรเพื่อชุมชน สู่ภาค “ธุรกิจการเกษตร” อย่างไร้เหตุผล นอกจากจะไม่บรรเทาความอดอยากแล้ว ยังทำให้ประชาชนหลายล้านคนในประเทศที่ส่งออกอาหาร เช่น ประเทศอินเดีย ประชากร 1 ใน 5 ต้องอดมื้อกินมื้อ แม้แต่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อีก 48% ยังต้องประสบภาวะทุพโภชนาการ และในประเทศโคลัมเบีย ประชากรถึง 13% ก็ประสบภาวะนี้ เช่นกัน
       

       แนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนอีกทางหนึ่งก็คือ การประชุมสุดยอดของสหประชาชาติว่าด้วย “วิกฤตอาหาร” ที่จัดขึ้น ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้นำของโลกได้ให้คำมั่นว่า จะลดอุปสรรคทางการค้าและจะส่งเสริมการผลิตภาคการเกษตรให้มากขึ้น เพื่อสู้กับวิกฤตการณ์อาหารที่ทำให้เกิดภาวะอดอยากและนำไปสู่การก่อความไม่ สงบรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก ที่ประชุมได้ผ่านความเห็นชอบในปฏิญญาร่วมกันที่จะแก้ปัญหาวิกฤตอาหารแพงและ ส่งเสริมการลงทุนในภาคการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนสร้างความสมดุลในประเด็นปัญหาที่มีการถกเถียงกันในเรื่องของเชื้อ เพลิงชีวภาพ และการเรียกร้องให้ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในประเทศยากจนที่มีความต้องการ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และอาหารสัตว์ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาวิกฤตอาหารที่โลกกำลังเผชิญอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม องค์การสหประชาชาติเคยจัดการประชุมสุดยอดอาหารโลกมาแล้วเมื่อปี ค.ศ. 1996 เพื่อสร้างอธิปไตยทางอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์ให้เน้นการบริโภคภายในประเทศ การคุ้มครองปกป้องสิทธิมนุษยชน และสร้างหลักประกันให้ประชาคมโลกเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยมีคุณค่าและเหมาะสม ทางวัฒนธรรม
       
       วิกฤตการณ์อาหารโลกไม่ใช่ ปัญหาระยะสั้นๆ เพราะประชาคมโลกต่างให้ความสนใจและตระหนักถึงประเด็นปัญหาเหล่านี้ด้วยความ วิตกกังวล บ้างก็วิเคราะห์ว่าเกิดจากการนำเอาพลังงานทดแทน (Biofuel) มาใช้ ทำให้ธัญพืช (Grains) ลดปริมาณลงและเกิดการขาดแคลนอยู่ตลอดเวลา
เช่น บรรดาประเทศในแถบทะเลทรายซาฮารา เป็นต้น
       
       ปัญหานี้ คือ ปัญหาฉุกเฉินที่ต้องการการแก้ไข แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ เงินทุนช่วยเหลือด้านการวิจัย ที่มีงบประมาณน้อยมาก การพัฒนาด้านการเกษตรดูเหมือนจะถูกละเลย การบริหารจัดการก็เป็นไปภายใต้กรอบของกระบวนการ โลกาภิวัตน์ เนื่องจากนานาประเทศหันมาพึ่งการค้า มากกว่าการพึ่งพาตนเอง ผลกระทบจากการใช้พลังงานทดแทนที่เห็นได้ชัดก็คือ กรณีของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้พื้นที่เพื่อพลังงานทดแทนมากขึ้น ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเพื่อเป็นอาหารคน และ สัตว์กว่า 30% ถูกแปรเปลี่ยนไป จากกรณีดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบกับแหล่งผลิตอาหารแน่นอน เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก
       
       แม้แต่ในยุโรปเองก็ยังสนับสนุนนโยบายด้านการผลิต เอทานอล โดยกำหนดให้มีส่วนผสมของเอทานอล อย่างน้อย 10% ดังนั้นพื้นที่เพาะปลูกอาหารเพื่อบริโภค จึงกลายมาเป็นการปลูกปาล์มน้ำมัน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง เพื่อเป็นพลังงานทดแทน เช่นกัน
       
       องค์การอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) ได้ตั้งชื่อวิกฤตการณ์นี้ว่า เป็น “Silent Tsunami” หรือ “สึนามิเงียบ” ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้เตรียมการรับมือไว้ก่อน นับว่าท้าทายความสามารถของผู้ที่เกี่ยวข้องในการวางนโยบายเพื่อความอยู่รอด ของประชาคมโลกเป็นอย่างยิ่ง
       
       จากนี้ไป ประชาคมโลกคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า องค์กรต่างๆ ระดับโลก จะใช้มาตรการและยุทธศาสตร์ใดเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์นี้
       
       สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รับรู้ของประชาคมโลกว่า อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร เพราะเราเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าภาคเกษตรรายใหญ่ของโลก ย่อมหนีไม่พ้นกับผลกระทบด้านราคาอาหารแพง ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงไม่พ้นประชาชนผู้ยากจน รวมไปถึงชนชั้นกลาง ซึ่งถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการเพื่อวางนโยบายและดำเนินการอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเดือดร้อนจากราคาอาหารที่แพงสูงขึ้น แต่ไม่สอดรับกับรายได้ของประชาชน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า ขณะนี้ คงต้องเน้นที่ความสำคัญของการบริหารจัดการ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ของประเทศ เพื่อส่งเสริมผู้ที่เป็นเกษตรกรและผู้ผลิต ให้คงได้รับผลประโยชน์จากภาคการตลาด ส่วนประชาชน ผู้บริโภคทั้งหลาย ก็ต้องเข้าถึงอาหารทั้งโอกาสและการกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้น เช่นกัน
       
       แต่ถึงอย่างไรก็ตามน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยมากกว่า ที่ได้เกิด “วิกฤตการณ์อาหารโลก” ขึ้น เนื่องจากเราเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารส่งออกที่สำคัญของโลก มีปริมาณอาหารเพียงพอทั้งการบริโภคภายในประเทศ และส่งออกได้พร้อมๆ กัน อีกทั้งเรายังมีพื้นที่นิเวศน์อันอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์เลี้ยงที่เป็นอาหาร มากมายนานาชนิด “ข้าว” ซึ่งนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้และแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ภายใต้แผนพัฒนาด้านศักยภาพของความเป็นแหล่งอาหารโลกเพื่อรองรับแนวโน้มทาง การเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพราะอาหารก็คือทรัพยากรที่มีความสำคัญมากขึ้นทุกๆวัน
       
       รัฐบาล ควรกำหนดนโยบายพัฒนาประเทศที่เป็นระบบ ทำให้เรากลายเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีเอกภาพ เน้นการเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ขยายพื้นที่ภาคการเกษตรควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำ และร่วมกันส่งเสริมทุกภาคส่วน โดยเน้นการจัดแบ่งพื้นที่เพาะปลูก พืช ธัญญาหารให้มากกว่าพื้นที่ปลูกพืชพลังงานทดแทน แม้ไทยเราจะเป็นผู้นำเข้าด้านพลังงานสุทธิ แต่ก็ควรให้ความสำคัญกับการปลูกพืชพลังงานทดแทนเสมอกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุปัจจัยจากความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันทั่วโลกที่ ยังไม่หยุดนิ่ง
       
       การปลูกพืชพลังงานทดแทน เช่น อ้อยและมันสำปะหลังสามารถนำมาผลิตเป็นเอทานอล ได้อย่างพอเพียง เนื่องจากพื้นที่สำหรับการเกษตรของเรามีเป็นจำนวนมาก
       เมื่อวิกฤตการณ์พลังงานแผ่ขยายไปทั่วโลก นโยบายด้านการผลิตเอทานอลจึงเป็นนโยบายในระยะยาวที่ต้องจัดให้เป็นวาระแห่ง ชาติ เพื่อเตรียมการแก้ไขและป้องกันไปพร้อมๆ กับการแก้ไขวิกฤตการณ์พลังงานและวิกฤตการณ์อาหาร ประเทศไทยมีพื้นที่ภาคการเกษตรถึง 7 ล้านไร่เศษ ดังนั้น นับเป็นความจำเป็นที่ต้องจัดสรรงบประมาณ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภาครัฐควรส่งเสริมและมีมาตรการให้กู้ยืม ในอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ เพิ่มศักยภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ วางแผนจัดการทรัพยากรน้ำ จำกัดและควบคุมราคาปุ๋ย ตลอดจนช่วยลดรายจ่ายให้พี่น้องเกษตรกรในทุกๆ ด้าน อันจะเป็นการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ ภายใต้นโยบายที่เข้มแข็ง อาทิ
       
       อ้อยที่เรานำมาผลิตเป็นน้ำตาล ใช้บริโภคภายในประเทศ นอกจากนั้นยังสามารถส่งออกได้เป็น

ส่วนใหญ่ เพราะเรามีพื้นที่ปลูกอ้อยที่ไม่กระทบต่อพื้นที่นา ในภาคอีสานเราก็ปลูกพืชพลังงานได้มากกว่าภาคอื่นๆ อาศัยบรรดาผู้ประกอบการเป็นผู้ส่งเสริม โดยแบ่งแยกสัดส่วนให้ชัดเจน ผู้ผลิตน้ำตาลจะไม่เกี่ยวข้องกับโรงงานผลิตเอทานอล การอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนั้น ต้องจัดสัมมนาขึ้น เพื่อระดมสมองและสรรพกำลังต่างๆ ทำการวิเคราะห์ค้นคว้า วิจัย อันจะนำไปสู่ผลทางการแก้ไขที่มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล
       
       จะเห็นได้ว่า เราต้องใช้ทุนจากกระทรวงการคลังจำนวนถึง 25,000 ล้าน เพื่อลดต้นทุนด้านผลผลิตอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางภาคเกษตร สร้างความมั่นใจให้แก่ประเทศที่เป็นพันธมิตรทางการค้า โดยยึดหลักความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ที่รับผลประโยชน์และผู้ที่เสียผลประโยชน์
       แม้ในหลายประเทศทั่วโลกจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก โดยไม่สามารถจะคาดเดาได้ว่าอนาคตข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับประเทศไทย คงต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เช่น ไม่ควรจำกัดการส่งออก ไม่บิดเบือนราคาตลาด แสวงหาพันธมิตรที่เป็นประเทศผู้ผลิตภาคการเกษตรเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และ การตลาดซึ่งกันและกัน แม้ว่าวิกฤตการณ์อาหารทำให้เกษตรกรไทยได้รับผลประโยชน์มากขึ้นก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันผลกระทบยังคงตกอยู่กับคนจนในเมือง เพราะยังคงต้องจ่ายค่าอาหารในราคาที่สูงขึ้นถึง 43% และในที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ที่กรุงอักกรา สาธารณรัฐกานา ยังแสดงความเห็นเช่นเดียวกันว่า ในระยะยาวนั้น การเจรจาเปิดตลาดการค้านับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่งผลให้บรรดาเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรจะได้ราคาดีตามผลผลิตที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น อันนับว่าเป็นผลประโยชน์ที่ดี แก่ประเทศไทยทั้งสิ้น
       
       นับว่าเป็นความโชคดีของเราที่เป็นประเทศส่งออกอาหารสุทธิที่สำคัญของ โลก จึงได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์อาหารน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อีกหลายๆ ประเทศ การบริโภคภายในประเทศจึงไม่ต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลน และยังได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าภาคเกษตรที่สูงขึ้นด้วย
       
       เพราะ อาหารไม่ใช่เพียงโภคภัณฑ์ แต่อาหารเป็นหัวใจของการอยู่รอดของประชากรโลก ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้น ณ ที่หนึ่งที่ใด หากแต่กลายเป็นปัญหาใหญ่ทางสังคม และ การเมือง ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก
       

       แหล่งที่มา
       

       กองบรรณาธิการ. (2551, 15 เมษายน). ผวาภัยฟู้ดไครซิสสะเทือน 100 ล.คน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=2551&news_id=157167&cat_id=. (วันที่ค้นข้อมูล : 21 สิงหาคม 2551).
       ปานปรีย์ พหิทธานุกร. เตรียมรับมือวิกฤตการณ์อาหารโลก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.oknation.net/blog/parnpree/2008/04/24/entry-1.
       (วันที่ค้นข้อมูล : 21 สิงหาคม 2551).
       ภัควดี วีระภาสพงษ์. (2551, 3 มิถุนายน) วิกฤติการณ์อาหารโลก (ตอนที่ 1- 2) [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.midnightuniv.org/forum/index.php?PHPSESSID= 5a478337c3a0311aca2a725a7f59e… (วันที่ค้นข้อมูล : 19 สิงหาคม 2551).
       ภูเบศร์ สมุทรจักร. (2551, 18-24 เมษายน). B-School : วิกฤตการณ์อาหารโลก. กรุงเทพธุรกิจ BizWeek.. หน้า A4.
       วิษณุ ศิริอาชารุ่งโรจน์. วิกฤติอาหารโลก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId
       =56677&NewsType=2&Template=1. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 สิงหาคม 2551).
       ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2551, 23 เมษายน). “วิกฤตอาหารโลก : ผลกระทบ...โอกาสของไทย.” กระแสทรรศน์. [ออนไลน์].. เข้าถึงได้จาก :
       http://library.dip.go.th/multim6/edoc/17206.pdf. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 สิงหาคม 2551)




เส้นทางฟู้ดเกรด

Food grade Lubricant คืออะไร article
ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น Food grade
เหตุผลในการเลือกสั่งซื้อสินค้า ที่ สยาม โกลบอล ลูบริแคนท์article
บทความ ฟู้ดเกรดarticle
ระบบสืบค้นย้อนกลับ (Traceability) ในอุตสาหกรรมอาหาร
ฮาลาล
มาตรฐาน โคเชอร์ article
เผยปัญหาอาหารปนเปื้อนสารพิษยังมีทั่วเอเชีย
แนะนำบทความเทคโนโลยีอาหาร article
อาหารที่คุณกิน ปลอดภัยแล้วหรือยัง
โปรดฟังอีกครั้ง...ระวังอาหารอันตราย
สถานการณ์ความปลอดภัยของอาหารในประเทศ
กรมวิทย์เต้น สั่งสุ่มตรวจเส้นก๋วยเตี๋ยวปนเปื้อนสารพิษ
“นมและผลิตภัณฑ์นม” ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์
EMAC สร้างระบบนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ช่วยผู้ประกอบการอาหารลดการใช้พลังงาน 10%
อะคริลาไมด์ในขนมก่อมะเร็ง
ผลวิจัยยืนยันโปรตีนเกษตรไม่ก่อให้เกิด “มะเร็ง”
อุตสาหกรรมอาหารจากข้าวโพด
การป้องกันสารพิษ (มะเร็ง) จากอาหาร
น้ำมันพืชพิษกินเป็นมะเร็ง ขายเกลื่อนใต้ ใส่กรดดูใหม่
Calcium กับอุตสาหกรรมอาหาร
iTAP ต่อยอดมาตรฐาน Food safety ​เพิ่มศักยภาพ​การ​แข่งขันอุตสาหกรรมอาหารไทย
สารพันทันข่าว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท สยาม โกลบอล ลูบริแคนท์ จำกัด

13,15 ถ.เจริญกรุง 3 แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

ศูนย์บริการลูกค้า : 0-2622-1700-3 แฟกซ์ : 0-2622-1704

Google PageRank Checker